หากคุณอยากรู้ราคาประเมินที่ดินทั่วไทย ต้องไปติดต่อที่กรมที่ดินเลยค่ะ เพราะหน่วยงานนี้มีหน้าที่รับผิดชอบการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท คือ ที่ดิน โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดโดยมีสำนักงานกลางประเมินราคาทรัพย์สินเป็นผู้ปฏิบัติ วันนี้เรามาพบกับราคาประเมินที่ดินทั่วไทย พร้อมเช็คราคาราคาประเมินที่ดินเชียงใหม่
ราคาประเมินที่ดินทั่วไทย
เมื่อเร้ซๆ นี้มีข่าวว่ากรมธนารักษ์จะประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 55 เป็นต้นไป เพื่อใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่เกิดจากการซื้อขายแลกเปลี่ยน ให้ หรือ นำไปค้ำประกัน การลงทุน ธุรกรรมต่าง ๆ เพื่อการเวนคืนที่ดิน รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายภาษี และการกระจายถือครองทรัพย์สิน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วราคาที่ดินทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 21.34% มีผลทำให้รายได้จากการใช้ราคาประเมินในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น จากปี 54 ที่มีมูลค่า 67,182 ล้านบาท ไปอยู่ที่กว่า 80,000 ล้านบาทในปีหน้า
ทั้งนี้จากการประเมินราคาที่ดินทั่วประเทศ 29.3 ล้านแปลง หรือ 321 ล้านไร่ เป็นที่ดินรายแปลง 6 ล้านแปลง และรายบล็อก 23.3 ล้านแปลง พบว่าราคาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น 21.34% ที่ดินต่างจังหวัดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 21.4% ส่วนกทม.เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17.13% โดยบริเวณที่มีราคาประเมินสูงสุดของประเทศคือ ถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดงไปจนถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ ตารางวา (ตร.ว.) ละ 850,000 บาท เพิ่มขึ้น 31% จากเดิม 650,000 บาท รองลงมาคือถนนราชดำริ จากแยกราชประสงค์ไปถึงคลองแสนแสบ ถนนพระรามที่ 1 จากแยกปทุมวันถึงแยกราชประสงค์ และถนนเพลินจิตตลอดสาย ตร.ว.ละ 800,000 บาท จากเดิมที่ 350,000-430,000 บาท ส่วนถนนเยาวราชเพิ่มขึ้นจากตร.ว.ละ 550,000 บาท เป็น 70,000 บาทอย่างไรก็ดี พื้นที่ที่มีราคาเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด คือเขตจตุจักร เพิ่มขึ้น 0.6% ลาดพร้าว 0.7% ประเวศ 1.5% เพราะกรมธนารักษ์ได้ปรับราคาประเมินไปแล้วระหว่างรอบบัญชีฯ ซึ่งใกล้เคียงกับราคารตลาดอยู่แล้ว
สำหรับส่วนภูมิภาคนั้น ราคาสูงสุดภาคใต้อยู่ที่ตร.ว.ละ 400,000 บาท ต่ำสุด 25 บาท ภาคเหนือ ตร.ว.ละ 250,000 บาท ต่ำสุด 10 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตร.ว.ละ 200,000 บาท ต่ำสุด 25 บาท ภาคกลางตร.ว.ละ 150,000 บาท ต่ำสุด 10 บาท ภาคตะวันออกตร.ว.ละ 150,000 บาท ต่ำสุด 25 บาท ภาคตะวันตกตร.ว.ละ 150,000 บาทต่ำสุด 20 บาท
ส่วนพื้นที่ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดอย่างน่าสนใจคือ จ.นราธิวาส เพิ่มขึ้น 141.09% เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างดี ยางพารามีราคาสูง ทำให้มีกำลังซื้อ ประกอบกับไม่ได้เปลี่ยนแปลงราคาประเมินใน 2 รอบบัญชีที่ผ่านมาด้วย ส่วนรองลงมาคือ จ.บุรีรัมย์เพิ่มขึ้น 81.27% และจ.ตราด เพิ่มขึ้น 74.42%